อ่านการ์ตูน อ่านมังงะ เรื่อง Super God Gene – ตอนที่ 623 กระดูกของมอนสเตอร์โบราณ


แปลไทย ตอนล่าสุด อ่านฟรี manga มังงะญี่ปุ่น manhwa มังงะเกาหลี manhua มังงะจีน อัพเดทล่าสุดก่อนใคร มีให้เลือกอ่านฟรีมากมาย ทั้งบนแอพมือถือ แอนดรอย ios

 

เคร็ง!

หอก กระบี่และมีดตกลงไปบนพื้น

ทรราช อิจฉาสวรรค์และแมวขี้เกียจถูกหานเซิ่นฟันจนอาวุธหลุดมือ พวกเขาหน้าซีด ขณะมองดูหานเซิ่นที่สีหน้ายังคงดูไร้อารมณ์ความรู้สึก

 

แม้พวกเขาจะร่วมมือกัน 3 คน แต่ก็ยังแพ้ หานเซิ่นแข็งแกร่งเกินไป เขาอยู่ในระดับที่เหนือมนุษย์ ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่งและความแม่นยำของเขาอยู่สูงเกินไป

 

วิชาดาบที่หานเซิ่นใช้เป็นการโจมตีที่รุนแรง มันมีพลังที่เกินจิตนาการ ไม่มีใครเลยในบรรดาพวกเขาทั้ง 3 คนที่สามารถรับการโจมตีของเขาได้

 

ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าพวกเขาไม่มีทางสู้กับหานเซิ่นได้ ฝีมือมันห่างกันมากเกินนัก

 

แมวขี้เกียจรู้สึกสิ้นหวัง แต่ตอนนี้เธอก็ตระหนักแล้วว่าทำไมควีนถึงได้ต้องการให้หานเซิ่นเข้าร่วมทีมนัก พลังของเขาน่ากลัวจริงๆ

 

อิจฉาสวรรค์เบิกตากว้าง เขาเชื่อว่าหานเซิ่นเกินระดับของพวกเขาไปไกลแล้ว การคิดจะเอาชนะหานเซิ่นเป็นเรื่องที่โง่มาก แต่ยังไงเขาก็ยังไม่อยากจะยอมรับเรื่องที่ควีนจะออกจากกลุ่มเพื่อคนที่ไม่รู้จักแบบนี้

 

“ไปกันเถอะ!” ทรราชพูด จากนั้นเขาก็หันหลัง คงไม่มีใครรู้ได้ว่าตอนนี้ในใจของเขาเจ็บปวดขนาดไหน

 

ทรราชไม่เคยเห็นหานเซิ่นอยู่ในสายตาเลย แต่แล้วอยู่ๆหานเซิ่นกับมีพลังที่ผิดมนุษย์มนา ถ้าแค่เขาแพ้หานเซิ่นคนเดียวก็ยากที่จะทำใจแล้ว แต่นี่ 3 รุม 1 ก็ยังแพ้

 

หลังจากที่เห็นพวกเขา 3 คนไปกันหมดแล้ว หานเซิ่นก็เก็บดาบวิญญาณอสูร จากนั้นเขาก็หันไปทางต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง

“ตอนนี้คุณน่าจะออกมาได้แล้วนะ!”

 

ควีนปรากฏตัวออกมาจากต้นไม้ใหญ่ จากนั้นเธอก็เดินเข้ามาหาหานเซิ่นและก็กระซิบ “ขอบคุณ”

 

“เรื่องอะไรล่ะ?” หานเซิ่นถามพร้อมกับยิ้ม แม้เขาจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แต่เขาก็เข้าใจว่าเธอขอบคุณเรื่องที่เขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงหรือฆ่าพวกเขาทั้ง 3 คน แม้อีกฝ่ายจะต้องการเอาชีวิตเขาก็ตาม

 

ควีนไม่ตอบ เธอแค่มองไปยังทิศทางที่ 3 คนเดินไป จากนั้นเธอก็ถอนหายใจ

 

มันยากที่หานเซิ่นจะได้เห็นควีนในสภาพที่หมดอะไรตายอยากขนาดนี้ ตอนแรกหานเซิ่นคิดว่าในโลกใบนี้คงจะไม่มีอะไรทำให้เธอเป็นทุกข์ได้อีกแล้ว แต่ตอนนี้เขาเห็นเธอดูเป็นทุกข์มาก

 

“จะไปภูเขาเวหาใช่ไหม? ไปกันได้แล้ว” ควีนกลับไปดูเย็นชาและไร้อารมณ์อีกครั้ง

 

“มันจะดีจริงๆหรอที่คุณจะทิ้งพวกเขาไปแบบนั้น?” หานเซิ่นอยากจะเข้าใจความคิดของควีน

 

“ฉันรับพวกเขามาร่วมทีมก็เพราะคิดว่าพวกเขามีประโยชน์ ถ้าวันหนึ่งฉันคิดว่านายหมดประโยชน์เมื่อไหร่ ฉันก็คงจะทิ้งนายโดยไม่ลังเล”

ควีนเริ่มเดิน จากนั้นเธอก็พูดต่อโดยไม่หันหลังกลับมามอง “นายเองก็เช่นกัน ถ้าคิดว่าฉันหมดประโยชน์ก็ไปได้เลย”

 

‘ผู้หญิงคนนี้เป็นคนยังไงกันแน่?’ หานเซิ่นถอนหายใจออกมา แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องตามควีนไป

 

หานเซิ่นมีคำถามมากมายที่อยากจะถาม แต่เขาเลือกที่จะเก็บมันไว้ มันก็เหมือนที่ควีนพูด เธอต้องการพลังของเขา และเขาก็ต้องการพลังของเธอเช่นกัน แค่นั้นก็พอแล้ว

 

การฆ่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องที่ยากเกินไป แม้แต่หานเซิ่นเองก็อยากจะร่วมมือกับผู้วิวัฒนาการระดับแนวหน้าอย่างควีน

 

ภูเขาเวหาดูเหมือนกับเสาขนาดใหญ่ซะมากกว่า มันดูไม่ค่อยเหมือนกับภูเขาที่หานเซิ่นรู้จัก มันเหมือนกับเสาที่เชื่อมต่อท้องฟ้ากับพื้นดิน นี่คงจะเป็นที่มาของชื่อมัน

 

เมื่อพวกเขาไปถึงตีนเขา ควีนหันมามองหานเซิ่นด้วยสีหน้ากังวล

“ภูเขาเวหาเป็นของตระกูลเฉิน ถ้านายไปเจอคนตระกูลเฉินเข้าก็ให้ระวังเฉินรันเป็นพิเศษ”

 

“เขาแข็งแกร่งมากเลยหรอ?” หานเซิ่นเคยเจอคนตระกูลเฉินมาก่อน รวมถึงจูถิงก็เป็นคนตระกูลเฉินเหมือนกัน เขาฝันอยากจะเรียนเซเว่นทวิสต์มาโดยตลอด แต่เขายังไม่มีโอกาส

 

แม้จูถิงเองก็ได้เรียนวิชานี้ แต่เหมือนว่าเขาจะเป็นทายาติที่ตระกูลไม่ต้องการ ส่วนเซเว่นทวิสต์ของจูถิงก็แค่ระดับปลายแถว

 

“เฉินรันปลดล็อคยีนได้เมื่อ 80 ปีก่อน” ควีนพูดแค่ประโยคเดียว และไม่อธิบายอะไรมากกว่านั้น

 

แต่แค่นี้ก็ทำให้หานเซิ่นรู้ถึงความน่ากลัวของเฉินรันแล้ว น่าแปลกที่เขายังไม่เคยได้ยินชื่อคนคนนี้มาก่อน ก็อตแซงชัวรี่ถูกค้นพบมาได้ไม่นาน ถ้าคนคนนี้ปลดล็อดยีนได้ตั้งแต่ 80 ปีก่อนจริงๆ เขาก็เป็นยอดฝีมือรุ่นเก๋า ขนาด 80 ปีก่อนยังปลดล็อคยีนได้ แล้วตอนนี้เขาจะมีพลังถึงขั้นไหน?

 

แม้เขาอาจจะยังไม่สามารถปลดล็อคยีนได้หมดทุกวิชา แต่ยังไงจำนวนที่ปลดล็อคได้ก็ต้องมากกว่าผู้วิวัฒนาการคนอื่นๆอยู่แล้ว

 

การที่ควีนเตือนเขาเกี่ยวกับคนคนนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความสามารถของเขา

 

หานเซิ่นคิดว่าภูเขาเวหามีขนาดที่ใหญ่มาก มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะหาเส้นทางที่ดีที่สุด ดังนั้นเขาจึงเลือกเส้นทางแบบสุ่มและเดินเท้าขึ้นไป เขาเชื่อว่าถ้าเดินขึ้นไปแบบนี้ก็ไม่น่ามีคนสังเกตเห็น แต่เขาก็ต้องคิดผิด เพราะหลังจากไปได้ไม่นาน เขาก็พบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาพวกเขา

 

หัวหน้ากลุ่มมีผมสีเทา ใบหน้าของเขาเหมือนกับคนวัย 40 ที่ไม่มีรอยเหี่ยวย่น และร่างกายของเขาก็กำยำเหมือนกับคนที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก เขาสวมชุดกเราะสีเงิน แถมยังอยู่บนหลังเสือที่สูงกว่า 3 เมตร

 

“เธอนั่นเอง ถ้ามาภูเขาเวหาทำไมถึงไม่บอกให้ฉันรู้ก่อน? พวกเราก็ไม่เคยแล้งน้ำใจต่อพันธมิตร” เฉินรันหยุดควีนและหานเซิ่นเอาไว้

 

“พวกเรามาที่นี่เพื่อฆ่าเหยี่ยวเวหาเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องไปรบกวนพวกคุณ” ควีนตอบอย่างสุภาพ

 

“เธอพูดเหมือนกับว่าเธอเป็นคนอื่นคนไกล ตระกูลเฉินกับตระกูลหวงฟูเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาหลายชั่วคนแล้ว เธอเองก็เหมือนกับคนตระกูลหวงฟู ซึ่งก็ถือว่าเป็นญาติของฉันด้วย ถ้ามาล่าที่นี่ฉันขอรับประกันความปลอดภัยให้เอง” เฉินรันยิ้มและพูดต่อ

 

“เหยี่ยวเวหาที่เธอต้องการจะล่าอาศัยอยู่บนยอดเขา การจะไปให้ถึงที่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ให้ฉันและผู้ติดตามคอยคุ้มกันเธอด้วยน่าจะดีกว่า”

 

“งั้นก็ขอบคุณมาก” ควีนเห็นด้วยกับเฉินรัน จากนั้นเฉินรันก็สั่งให้ลูกน้องของเขาปักหลักอยู่ที่ตีนเขาต่อไป ในขณะที่เขาพร้อมกับลูกน้องอีก 10 คนเดินทางไปพร้อมกับควีนและหานเซิ่นด้วย

 

หานเซิ่นรู้ว่าการที่เฉินรันทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อความปลอดภัยของพวกเขา แต่จริงๆน่าจะเป็นเพราะพวกเขาไม่ต้องการให้ควีนเเละหานเซิ่นไปพบมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดบนภูเขามากกว่า

 

แต่นั่นก็ไม่มีปัญหาอะไร ยังไงหานเซิ่นก็ไม่ได้มาเพื่อล่ามอนสเตอร์ขั้นสุดยอดอยู่แล้ว ดังนั้นการมีพวกเขาคอยนำทางก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไร

 

ในบรรดา 10 คนที่ติดตามเฉินรันมามีถึง 2 คนที่ปลดล็อคยีนได้แล้ว แต่พวกเขาไม่ใช่คนตระกูลเฉิน ยังไงก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ก็เป็นที่ที่กว้างใหญ่ ถึงตระกูลเฉินจะเป็นตระกูลที่ใหญ่ แต่โอกาสที่พวกเขาจะมารวมตัวกันในสถานที่ใดที่หนึ่ง เป็นเรื่องที่ยาก

 

หานเซิ่นเงยหน้าขึ้น แต่เขาก็ไม่สามารถมองเห็นยอดเขาได้เลย ยอดเขามันสูงทะลุก้อนเมฆขึ้นไป นี่เป็นภูเขาที่สูงที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา

 

‘ดีที่เราไม่ได้พาจิ้งจอกสีเงินมาด้วย ถ้าเฉินรันไม่เจอมอนสเตอร์ระหว่างทางเลย เขาจะต้องสงสัยแน่’ หานเซิ่นคิด

 

เขามาที่นี่เพื่อล่ามอนสเตอร์เลือดศักดิ์สิทธิ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้เอาจิ้งจอกมาด้วย เขาทิ้งมันไว้ที่ห้องในเมืองทรายขาว ซึ่งเขาเช่าเอาไว้

 

ภูเขาเวหามีความสูงไม่ต่ำกว่า 3000 เมตร ระหว่างทางหานเซิ่นสังเกตเห็นกระดูกเป็นจำนวนมาก มันไม่ใช่กระดูกธรรมดา เพราะมันมีขนาดใหญ่มาก แต่ละชิ้นมีความยาวมากกว่า 100-200 เมตร พวกมันดูทรงพลังมาก ราวกับว่ามันอยู่ที่นี่มาเป็นเวลายาวนานแล้ว แม้จะมีแค่กระดูกไม่มีเนื้อ แต่มันก็ยังดูน่ากลัวอยู่

 

“ตำนานบอกว่ากระดูกพวกนี้เป็นของมอนสเตอร์ที่คอยพิทักษ์ภูเขาแห่งนี้ ในยุคนั้นไม่มีใครที่จะกล้าเข้าใกล้ที่นี่ในระยะ 1000 เมตร” เฉินรันอธิบาย

 

 

 

คอมเม้นต์

Chapter List