อ่านการ์ตูน อ่านมังงะ เรื่อง Super God Gene – ตอนที่ 642 เข้าใจผิด


แปลไทย ตอนล่าสุด อ่านฟรี manga มังงะญี่ปุ่น manhwa มังงะเกาหลี manhua มังงะจีน อัพเดทล่าสุดก่อนใคร มีให้เลือกอ่านฟรีมากมาย ทั้งบนแอพมือถือ แอนดรอย ios

 

หานเซิ่นเดินเข้าไปในเมืองที่ทำจากโลหะสีดำ ซึ่งดูค่อนข้างน่ากลัว ทันใดนั้นก็มีเงาใครบางคนบินขึ้นมาที่เกาะลึกลับ หานเซิ่นขมวดคิ้วและพูดเสียงดัง “ฉันก็สั่งไปแล้วว่าอย่าขึ้นมาที่เกาะลึกลับ ใครมันกล้าขัดคำสั่ง?”

 

หานเซิ่นกำลังยืนอยู่บนกำแพงเมืองโลหะดำ เขาสังเกตเห็นว่ามีชายคนหนึ่งกำลังบินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เนื่องจากเขาไม่ได้มีจิ้งจอกสีเงินเหมือนกับหานเซิ่น ทำให้เขาถูกพวกมอนสเตอร์ไล่ตามมาเป็นฝูง

 

เขาต่อสู้ตลอดทางที่เขาบินผ่านมา ทั้งกระดูกและเลือดสาดกระจายเต็มท้องฟ้า ซากของมอนสเตอร์ล่วงลงไปนับไม่ถ้วน เขากำลังบินตรงมาที่เมืองโลหะดำ ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนหยุดเขาได้

 

เมื่อหานเซิ่นเห็นหน้าของเขาแล้ว หานเซิ่นก็พบว่าเขาเป็นคนที่หานเซิ่นไม่รู้จัก เขามีผมสีดำและสวมชุดเกราะสีดำ ดวงตาของเขาดูค่อนข้างเป็นมิตร เขาถือดาบสีทองแดงในมือ ทั้งระดับความแข็งแกร่งและฝีมือดาบของเขาดูไม่ธรรมดาเลย

 

“แปลก ทำไมเราถึงไม่เคยเห็นหน้าคนคนนี้มาก่อนเลย?” ด้วยฝีมือระดับนั้นถ้าคนคนนี้อยู่ในทุ่งน้ำแข็ง เขาน่าจะต้องจำได้บ้าง

 

ชายคนนั้นพุ่งตรงเข้ามา เมื่อเขาเห็นหานเซิ่นยืนอยู่บนกำแพงสูง เขาก็ดูจะประหลาดใจมาก

 

หานเซิ่นกำลังยืนอยู่บนกำแพงเมืองสปิริต โดยที่ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหน เข้ามาใกล้เขาเลย จิ้งจอกสีเงินกำลังพักผ่อนอย่างสงบอยู่บนไหล่ของเขา ทั้งหานเซิ่นและชายอีกคนมองกันด้วยความประหลาดใจ

 

แต่ไม่รู้ว่าชายคนนั้นคิดยังไง อยู่ๆเขาก็บุกเข้ามาเปิดฉากโจมตีหานเซิ่นด้วยดาบของเขาทันที โดยไม่มีการเตือนใดๆ

 

หานเซิ่นขมวดคิ้ว เขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เข้าใจอะไรผิดหรือว่าบ้าไปแล้วกันแน่ เขาไม่ได้พูดอะไรสักคำ อยู่ๆเขาก็กระหน่ำโจมตีด้วยวิชาดาบอันร้ายกาจ เหมือนเขาพยายามจะฆ่าหานเซิ่นให้ได้

 

ด้วยกระแสพลังที่เคลือบตัวดาบ ขณะที่ดาบวาดผ่านอากาศทำให้เห็นเป็นลำแสง ดัวยพลังลักษณะนี้เห็นได้ชัดเลยว่าชายคนนี้่ปลดล็อคยีนได้แล้ว

 

หานเซิ่นคิดว่าชายคนนี้คิดจะแย่งสปิริตกับเขาอย่างแน่นอน หานเซิ่นตัดสินใจต่อสู้กับเขาโดยไม่พูดอะไรเช่นกัน

 

หวังอวี่ฮังแปลกใจตั้งแต่เริ่มต่อสู้ เขาเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ได้มากกว่า 10 ปีแล้ว และเขาก็เคยบุกโจมตีเมืองสปิริตราชวงศ์มาหลายเมือง

 

หลังจากที่เขาปลดล็อคยีนได้ เขาก็ไม่เจอคู่ต่อสู้ที่พอจะต้านทานพรสวรรค์ของเขาได้เลย หลังจากปะทะดาบกับหานเซิ่นได้ไม่กี่วินาที ดาบทั้ง 2 ของหานเซิ่นก็กวัดแกว่งอย่างบ้าคลั่ง ทำให้เขาเริ่มตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ

 

เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน เขาไม่คิดว่าสปิริตราชวงศ์จะแข็งแกร่งขนาดนี้

 

หานเซิ่นเองก็คิดว่าคู่ต่อสู้ของเขาแข็งแกร่งไม่น้อยเลย เขาใช้ดาบคู่จนสุดฝีมือแล้ว แต่เขาก็ต้องการเวลามากพอสมควรเพื่อที่จะเอาชนะชายคนนี้ให้ได้

 

คู่ต่อสู้ไม่ใช่แค่คล่องแคล่วและแม่นยำ แต่เขายังมีความสามารถที่หลากหลายมาก ดูยังไงชายคนนี้ก็คืออัจฉริยะ ซึ่งเขาต้องเป็นคนจากตระกูลใหญ่แน่ หานเซิ่นคิดว่าชายคนนี้อาจจะแข็งแกร่งกว่าเสวียอี้ขวงซะอีก

 

“ฉันไม่อยากจะมั่วมาทะเลาะกับนาย แม้การครองเมืองสปิริตราชวงศ์จะเป็นเป้าหมายของนาย แต่การจะฆ่าฉันมันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”

หานเซิ่นเตรียมจะเอาหน้าไม้นกยูงออกมาฆ่าคนคนนี้ เพราะเขาไม่ต้องการจะเสียเวลากับการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาตัดสินใจจะแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด

 

“นายไม่ใช่สปิริตงั้นหรอ?” หวังอวี่ฮังได้ยินสิ่งที่หานเซิ่นพูด เขาดูจะประหลาดใจมาก เขารีบเก็บวิญญาณอสูรของเขาทันที เขามองมาที่หานเซิ่นด้วยใบหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ

 

“นายดูฉันผิดเป็นสปิริตเนี่ยนะ? นายเคยเห็นสปิริตแบบนี้มาก่อนหรอ?”

หานเซิ่นถอนหายใจ แต่เขาก็ไม่คาดคิดเลยว่าชายคนนี้จะมองเห็นเขาเป็นสปิริตไปได้

 

หวังอวี่ฮังสังเกตหานเซิ่นอยู่สักพัก จากนั้นเขาก็เดินเข้ามาโค้งคำนับหานเซิ่น

“ฉันต้องขอโทษด้วย ฉันไม่ต้องการจะทำร้ายนาย ฉันเห็นนายยืนอยู่บนกำแพงสูง และยังไม่มีมอนสเตอร์เข้ามาใกล้ๆเลย ไม่ว่าจะดูยังไงนายก็น่าจะเป็นผู้ครองเมืองนี้ ฉันจึงคิดว่านายน่าจะเป็นสปิริต ฉันต้องขอโทษอีกครั้ง ฉันขอทราบชื่อนายหน่อยได้ไหม?”

 

หานเซิ่นคิดว่าคำตอบของเขาดูจะสมเหตุสมผลอยู่ เขายิ้มและตอบกลับไป “ฉันหานเซิ่น ถ้านายอยู่ที่นี่ก็น่าจะเคยได้ยินชื่อของฉันมาบ้าง”

 

“นายเองหรอหานเซิ่น?” หวังอวี่ฮังประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม ดูเหมือนเขาไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ เขาถามต่อ “นายคือหานเซิ่น คนที่จบมาจากโรงเรียนทหารเหยี่ยวดำใช่ไหม?”

 

“ถ้าเหยี่ยวดำไม่มีหานเซิ่นคนที่ 2 ละก็ หานเซิ่นคนนั้นก็คือฉันเอง” หานเซิ่นตอบ

 

“มันจะเป็นไปได้ยังไง? นายเพิ่งจะเข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 ได้แค่ปีเดียวเอง ตอนนี้นายปลดล็อคยีนได้แล้วงั้นหรอ พระเจ้า บอกฉันมาว่านายทำได้ยังไง?”

เมื่อได้ยินสิ่งที่หานเซิ่นพูด หวังอวี่ฮังก็ดูจะไม่สับสนอีก แต่เขาประหลาดใจแทน

 

“ผมคงจะต้องตอบว่ามันเป็นเพราะพรสวรรค์ล้วนๆ”

หานเซิ่นเอามือสัมผัสจมูก บางทีเขาก็ยังรู้สึกไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าแค่ 1 ปีจะมาได้ไกลขนาดนี้

 

หวังอวี่ฮังอึ้งไปชั่วขณะ หลังจากนั้นเขาก็พูด “สำหรับคนที่ปลคล็อคยีนได้ใน 1 ปี หลังจากที่เข้ามาในก็อตแซงชัวรี่เขต 2 นี่มันยิ่งกว่าพรสวรรค์ นี่มันโคตรอภิมหาพรสวรรค์!”

 

หลังจากนั้นหวังอวี่ฮังก็เริ่มแนะนำตัว “ชื่อของฉันคือหวังอวี่ฮัง ฉันคืออาของหวังเหมียนเหมียน ก่อนที่ฉันจะเดินทางมายังดินแดนนี้ เหมียนเหมียนแนะนำให้ฉันลองมาหานายดู เธอให้ฉันมาดูว่านายต้องการความเชื่อเหลืออะไรไหม แต่ตอนนี้เห็นชัดๆเลยว่าคงไม่ต้อง”

 

“คุณคืออาของเหมียนเหมียนหรอเนี่ย?” ตอนนี้กลายเป็นฝ่ายหานเซิ่นที่ประหลาดใจ

 

“ใช่ ฉันเป็นอาของเธอ เห็นหน้าฉันแบบนี้แต่ฉันแก่กว่าเธอ 20 ปี”

หวังอวี่ฮังยิ้ม จากนั้นเขาก็พูดต่อ “ถ้านายต้องการจะเรียกฉันว่าอาเล็กเหมือนที่เหมียนเหมียนเรียกก็ได้ แต่ถ้าคำว่าอาดูไม่เหมาะ งั้นก็เรียกว่าพี่หวังก็ได้ ”

 

“ผมขอเรียกว่าอาเล็กดีกว่า อาเล็ก ผมไม่แน่ใจว่าจะเล่าให้เหมียนเหมียนฟังยังไงเกี่ยวกับการพบกันในวันนี้” หานเซิ่นไอขณะพูด ชายคนนี้แก่กว่าเขาถึง 20 แต่เขาพูดราวกับว่าชายคนนี้เป็นแค่เด็กหนุ่ม

 

“ตอนนี้พวกเราก็รู้จักกันแล้ว ซึ่งพวกเราก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล พวกเรามาสู้กันอย่างบริสุทธิยุติธรรม พวกเขาจะบุกเข้าไปในเมืองพร้อมกัน ใครที่โจมตีปิดฉากมอนสเตอร์ได้ ซากของมอนสเตอร์จะเป็นของคนคนนั้น แต่ไม่ว่ายังไงเมืองนี้จะต้องตกเป็นของนาย โอเคไหม”

 

“อาเล็ก ผมว่าคุณน่าจะเข้าไปข้างในคนเดียวดีกว่า ถ้าเข้าไปด้วยกันมันจะไม่ค่อยสะดวก” หานเซิ่นแนะนำ

 

“คอยเดี๋ยวน้องหาน นายคิดจะต่อให้ฉันงั้นหรอ?” หวังอวี่ฮังยิ้ม

 

หานเซิ่นชี้ไปที่จิ้งจอกสีเงินบนไหล่ จากนั้นเขาก็พูด “สัตว์เลี้ยงของผมตัวนี้มีพลังพิเศษ ตราบใดที่มันอยู่กับผมจะไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนกล้าเข้ามาใกล้ ถึงจะมีมอนสเตอร์มากมายราวกับคลื่นทะเล แต่ถ้าผมเดินเข้าไป มันก็จะเปิดทางให้ ถ้าพวกเราไปพร้อมกัน ผมกลัวว่าคุณจะไม่ได้อะไรเลย”

 

“สัตว์เลี้ยงแบบนั้นมีอยู่จริงหรอ? นี่มันน่าทึ่งมาก!” หวังอวี่ฮังช็อคอีกครั้ง เขามองจิ้งจอกด้วยความสงสัย ตอนนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมรอบๆตัวหานเซิ่นถึงไม่มีมอนสเตอร์อยู่เลย

 

“ช่างเป็นสัตว์เลี้ยงที่มหัศจรรย์ ตัวแค่นี้แต่กลับมีพลังที่ยิ่งใหญ่ ถ้ามีจิ้งจอกตัวนี้อยู่ นายก็สามารถเข้าไปในวิหารสปิริตได้ง่ายๆเลยหรอ? ถ้าเป็นแบบนั้น นายสามารถยึดเมืองสปิริตได้มากตามที่ต้องการ” หวังอวี่ฮังสงสัย

 

“ความสามารถของมันจะใช้ได้ผลกับแค่มอนสเตอร์เท่านั้น น่าเสียดายที่มันใช้กับสปิริตไม่ได้ เพราะฉะนั้นยังต้องสู้กับสปิริตแบบปรกติอยู่” หานเซิ่นพูด เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นจะต้องปกปิดข้อมูลอะไร

 

“อืมม แค่นี่มันก็ถือว่าดีเกินพอแล้ว งั้นก็เข้าไปข้างในกันดีกว่า แสดงให้ฉันดูหน่อยว่านายมีความสามารถอะไรซุกซ่อนอยู่”

หวังอวี่ฮังจับแขนเสื้อของหานเซิ่น และก็เดินนำเข้าไปในเมืองสปิริตราชวงศ์ทันที

 

ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนกับทุกที ไม่มีมอนสเตอร์ตัวไหนกล้าเข้ามาขวางทางพวกเขา แม้จะต้องใช้เวลามากหน่อย แต่พวกเขาก็สามารถหาวิหารสปิริตเจอได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งมันทำให้หวังอวี่ฮังประหลาดใจมาก

 

“เป็นสัตว์เลี้ยงที่ทรงพลังจริงๆ!” หวังอวี่ฮังไม่สนใจเมืองสปิริตแล้ว ตอนนี้เขาเอาแต่จ้องมองจิ้งจอกสีเงิน ดูเหมือนเขาจะต้องการสัตว์เลี้ยงแบบนี้สักตัว

 

หานเซิ่นจ้องมองสปิริตที่อยู่ต่อหน้า ซึ่งมันทำให้เขายิ้มออกมาทันที

 

คอมเม้นต์

Chapter List